ความเป็นมาวัดนักบุญหลุยส์มารีฯ (บางแค)

 

faith-bar1 

วัดนักบุญหลุยส์มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต 

ชื่อที่เรียกโดยทั่วไป

วัดนักบุญหลุยส์มารีฯ (บางแค) 

 faith-bar2

เนื่องจากหมู่บ้านเศรษฐกิจเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี    1961  ผู้จัดสรรได้มอบที่ดินส่วนหนึ่งให้แก่ คณะภราดา เซนต์คาเบรียล เพื่อสร้างโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี  ในระยะเริ่มแรกคริสตังที่ย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านนี้  ได้มาเข้าวัดเพื่อร่วมพิธีมิสซาที่โรงเรียนอัสสัมชัญแห่งนี้โดยใช้ห้องพักของบราเดอร์เป็นวัดชั่วคราว     ซึ่งมีพระสงฆ์จากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มาทำมิสซาให้ทุกวัน แ ต่ไม่ได้พักอยู่ประจำ ในระยะแรกๆ มีสัตบุรุษมาร่วมมิสซาในวันอาทิตย์ประมาณ 10 กว่าคน ต่อมาเนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่จัดสรร  จึงมีคนย้ายเข้ามาอยู่กันอย่างรวดเร็ว  image_4-1   และเนื่องจากมีโรงเรียนคาทอลิกอยู่ถึง 2 โรงเรียน จึงทำให้ทั้งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชาวบ้านอื่นๆ  ที่เป็นคริสตัง เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ     ส่วนมากจะเป็นคริสตังที่ย้ายมาจากวัดต่าง   ๆ   ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด  ทำให้วัดชั่วคราวไม่สามารถบรรจุคนได้หมด     มีผู้มาฟังมิสซาจนเต็มวัด    และบางส่วนต้องอยู่ภายนอกวัด     เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปี   1968    ซึ่งในเวลานั้นมีครอบครัวคริสตังกว่า  20  ครอบครัวประมาณ 100 กว่าคน ต้องแยกย้ายกันไปเข้าวัดที่อยู่ใกล้เคียง เช่น วัดซางตาครู้ส วัดบางสะแก วัดบางเชือกหนัง เป็นต้น 

 

โดยเหตุจำเป็นดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายโรงเรียน ฝ่ายพระสงฆ์ของมิสซัง และฝ่ายสัตบุรุษ จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกัน  เพื่อขออ นุญาตให้สร้างวัดน้อย ได้ตามหนังสืออนุญาตลงวันที่ 11 มีนาคม 1969  โดยมีพระอัครสังฆราช ยวง  นิตโย เป็นผู้ลงนามอนุญาต   ฝ่ายโรงเรียนอัสสัมชัญ  คือ   บราเดอร์ปอล อารมณ์ พูลโภคผล    ซึ่งในเวลานั้นเป็นอธิการโรงเรียนอัสสัมชัญอาชีวศึกษา   เป็นผู้ติดต่อขออนุญาตเรื่องที่ดินที่จะสร้างวัดใหม่โดยตลอด  และได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างได้ ฝ่ายสัตบุรุษได้ตั้งกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง มีจำน วน 12 คน โดยมี นายพูน ศรีพิจารณ์ และนายยรรยง วงษ์ยรรยง เป็นประธาน และรองประธาน       เพื่อดำเนินการจัดหาทุนสร้างวัดมาสมทบกับทางโรงเรียน ผลแห่งความร่วมมือของทุกฝ่ายดังกล่าวแล้วนี้ ทำให้ได้จัดงานวางศิลาฤกษ์สร้างวัดใหม่ขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 1969 โดยเชิญพระอัครสังฆราช ยวง นิตโย มาเป็นประธานในพิธี  นอกจากนี้กรรมการชุดเดียวกันนี้ยังได้ดำเนินการออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง โดยตลอดจนวัดใหม่ เสร็จเรียบร้อย ทำพิธีเสกและเปิดวัดใหม่เมื่อวันที่ 28 เมษายน 1970 วัดนี้มีลักษณะแ บบทรงไทย เป็นโครงเหล็กหมดทั้งหลัง ผนังเป็นอิฐก่อถือปูนหลังคามุงกระเบื้องลอน ขนาดกว้าง 18 เมตร  ยาว25 เมตรสูง10.50 เมตรสิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้นห้าแสนบาทถ้วน     

image_7-1         

จนถึงปี 2003 วัดนี้มีสัตบุรุษ  155 ครอบครัว จำนวน 700 คน มีกลุ่มกิจกรรมคาทอลิกต่างๆ   ของวัด  คือ   คณะกรรมการสภาภิบาล,  กลุ่มเยาวชน,  กลุ่มผู้สูงอายุ,  พลมารีย์, กลุ่มพิธีกรรมและส่งเสริมความศรัทธา และได้มีปรับปรุงสถานที่ของวัดเพื่อใช้เป็นสถานที่เข้าเงียบ หรือจัดสัมมนาของกิจกรรมต่างๆ ได้ปรับปรุงห้องต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสำนักงานของวัดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับความร่วมมือจากวัดต่างๆ ในเขต 3 ด้วยดี จนถึง ณ ปัจจุบัน ปี 2009 วัดได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ทันสมัยและสวยงามมาโดยตลอด เช่นการปรับพื้นรอบวัดให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังพร้อมปูพื้นกระเบื้องอย่างสวยงาม ปรับปรุงเสารอบวัด ผนังภายในวัดพร้อมติดกระจกลายสีสวยงาม และติดเครื่องปรับอากาศภายในวัด ทั้งหมดนี้เพื่อสัตบุรุษของวัดโดยแท้จริง วัดนี้จึงเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นวัดที่มีสถานที่เหมาุะสมในการจัดกิจกรรมต่างๆ และมีผู้ติดต่อขอใช้บริการอยู่เป็นประจำ

ภายนอกวัด

ภาพในอดีต

  

        

แผนที่เดินทาง

รถประจำทางสายที่ผ่าน สาย 84,136,164 ผ่านถนนเพชรเกษม ต่อรถทางเข้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ และสุดสาย รถยูโร 91ก   (ผ่านหน้าวัด) รถโดยสารปรับอากาศ ปอพ.12 , ปอ.84   ( ผ่านถนนเพชรเกษม) และรถ ปอพ.10(ผ่านหน้าวัด)

 

  maplouisechurch1-1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s