ชีวประวัตินักบุญหลุยส์มารีฯ

 ชีวประวัตินักบุญหลุยส์มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต

GOD ALONE

 
หลุยส์ มารี กรีญอง (Louis Marie Grignion de Montfort) เกิดที่บ้านมงฟอร์ต ในแคว้น  บริททานี ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 31 มกราคม   ค.ศ.1673 แต่ท่านกลับใช้ชีวิตในเด็กที่อิฟฟังดิก เมืองเล็กๆ    ห่างออกไปสองสามไมล์ เมื่ออายุ 102 ปี ท่านถูกส่งเข้าวิทยาลัยนักบุญโทมาส   แบคเก็ตของคณะเยซูอิตทีเมืองแรนน์ ท่านเรียน ที่นั่นเป็นเวลา 8 ปี ท่านเกิดความมั่นใจว่าตนได้รับกระแสเรียกให้เป็น พระสงฆ์ ขณะเมื่อท่านภาวนาต่ออหน้ารูปแม่พระในวัดของคณะคาร์เมไลท์ที่เมืองแรนน์ ท่านได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่กรุงปารีสโดยมิได้นึกฝัน เวลานั้นท่านอายุ 20 ปี ท่านเดินด้วยเท้าตลอดทาง 200 ไมล์สู่เมืองหลวง     แสดงว่าท่านถึงความยากจนโดยสมัครใจ ท่านแจกจ่ายเงินทั้งหมดแก่คนจนแล้วคุกเข่ากลางถนน ปฏิญาณว่าจะไม่ยอมรับส่งใดรวมทั้งเสื้อ ผ้าชุดใหม่ไว้เป็นสมบัติของคนเลย แต่จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างไว้ภายใต้พระญาณสอดส่องของพระบิดาเจ้าสวรรค์ ท่านเริ่มกาครศึกษาที่วิทยาล้ยซูลปิส และมหาวิทยาลัยซอร์บอน ท่านเป็นผู้โดดเด่นด้วยความสามารถสติปัญญา   และด้วยชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ท่านได้รับศีลบรรพชาเป็นพระสงฆ์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ.1700   

        

ท่านปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไปเป็นธรรมทูตทำงานในประเทศมิสซัง เป็นต้นในแคนาดา      ท่านเดินด้วยเท้านับพันไมล์ไปยังกรุงโรม     เมื่อท่านไปถังท่านก็ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 11 เป็นการส่วนตัว       เมื่อสมเด็จ พระสันตะปาปาทรงทราบถึงปัญหาและความยากลำบากต่างๆ ที่เกิดขึ้น    พระองค์ก็ได้ให้คำแนะนำอันแน่นอนแก่ท่านนักบุญว่า   ให้ท่านถือตามกระแสเรียก แห่งการแพร่พระวรสารในประเทศฝรั่งเศส         และพระองค์ยังแต่งตั้งท่านให้เป็นผู้ทำงานด้านแพร่ธรรมโดยตรง       งานที่พระองค์มอบหมายให้เป็นพิเศษได้แก่ สอนคำสอนเด็กๆ สอนพวกที่มีความเชื่อน้อยและเป็นคนยากจนกระตุ้นเตือนคริสตชนให้หใมั่นรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาป     แต่ทั้งนี้งานทุกย่อาง้อยู่ภายใต้การแนะนำของประมุขพระศาสนจักรประจำท้องถิ่น หรือสังฆมณฑล ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นธรรมทูตแพร่ธรรมของพระสันตะปาปา ท่านได้ใช้เวลา 16 ปี  นับแต่วันบวชเป็นพระสงฆ์ของท่านจวบจนวันสุดท้ายแห่งชีวิตตระเวนไปตามวัดต่างๆ     ทั่วภาคตะวันตกของฝรั่งเศสเพื่อฟื่นฟูชีวิตคริสตชนให้กลับกระตืนรือร้นเสียใหม่        ท่าน เทศน์สอน ช่วยคนยากจน ช่วยจัดตั้งแท่นแม่พระ รื้อฟื่นกลุ่มคริสตชนละแวกต่างๆ ให้วัดมีชีวิตใหม่  รวมทั้งจัดตั้งโรงเรียน ให้การศึกษากับเด็ก ด้วยคติประจำในว่า “พระเจ้าเท่านั้น” (God Alone)
บ่ายวันที่ 28 เมษายน ค.ศ.1716 นั้นเอง ท่านมีอาการหนัก ท่านเฝ้าดูแต่กางเขนและรูปแม่พระในมือ พลางกล่าวว่า      “(ปีศาจเอ๋ย) เจ้าโจมตีข้าฯ โดยไร้ประโยชน์ ข้าฯ อยู่ระหว่างพระเยซูและ พระแม่มารีอา ข้าฯ ได้ทำหน้าที่ของข้าฯ ครบถ้วนแล้ว ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ข้าฯ จะไม่มีวันทำบาปอีกเลย” แล้วท่านก็สิ้นใจ อย่างสงบ

ก่อนหน้าที่ท่านจะถึงแก่มรณภาพ ท่านได้ตั้งคณะนักบวชขึ้นถึง 3 คณะ

1. Company of Mary หรือ Montfort Fathers เป็นพระสงฆ์
2. Brothers of St.Gabriel เป็นกลุ่มภราดาดูแลโรงเรียนชาย
3. Daughters of Wisdom เป็นคณะภคินีเพื่อช่วยงานในโรงเรียนหญิง
วัตถุประสงค์ในการตั้งคณะนักบวชเพื่อเจริญรอยตามงานที่ท่านริเริ่มสร้างไว้ คือ งานประกาศเผยแพร่ความรักต่อพระเจ้า ความรักต่อพระแม่มารี และความรักต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการเทศนาสั่งสอน โดยการอบรมให้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม และโดยการบรรเทาทุกข์ของผู้ตกทุกข์ได้ยาก และผู้เจ็บป่วยตามโรงพยาบาล ฯลฯ
คณะภราดาเซนต์คาเบรียล เป็นคณะเดียวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยด้านการศึกษา โดยยึดมั่นในจิตตารมณ์ของนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต เมื่อ ค.ศ. 1901
จิตตารมณ์ของคณะภราดาเซนต์คาเบรียลก็คือ การรับใช้พระเจ้าแต่องค์เดียว โดยการให้บริการแก่เพื่อนมนุษย์ เฉพาะอย่างยิ่งแก่คนยากจน และการเผยแพร่ความรักและความศรัทธาต่อพระแม่มารี ด้วยการสอนและแบบฉบับพระสงฆ์ที่เทศน์แพร่ธรรมร่วมกับท่านต่างแยกย้ายกันไป ณ หมู่บ้านที่ฝังศพท่านไว้นั้นมีเพียงภราดาองค์เดียวยังคงอยู่ช่วยสอนเด็กๆ และดูแลหลุมศพของท่าน กว่าคณะนักบวชที่ท่านได้ก่อตั้งมาจะสามารถรวมตัวกันที่แซงต์ ลอแรงต์ ได้ ก็เมื่อเวลาล่วงไป 6 ปี นับแต่ท่านเสียชีวิต ทั้งนี้ก็โดยความพยายามของซิสเตอร์ มารี หลุยส์

 ศพของท่านถูกฝัง ณ เมืองรูอัง

 
ช่วงวิกฤติที่ไม่มีผู้ใดเหลียวแลท่านนี้ ท่านปลีกวิเวกโดยยึดห้องใต้บันไดเก่าๆ ไม่มีเครื่องประดับใดๆ เป็นที่พักในกรุงปารีส ท่านรำพึงภาวนาและเขียนหนังสือเล่มแรกของท่านขึ้น คือหนังสือชื่อ “ความรักขององค์ปัญญานิรันดร์” ซึ่งท่านอธิบายว่าโลกุตระปัญญา คือการเข้าถึงความรักของพระเป็นเจ้านั้นสูงส่งและเป็นสิ่งน่าแสวงหามากกว่าโลกียปัญญาทั้งหลาย ท่านอยู่ที่ปารีสประมาณ 1 ปี นอกจากปลีกวิเวกเขียนหนังสือแล้ว ท่านยังไปช่วยสอนในบ้านเณรคณะพระจิตและทำงานแพร่ธรรมอื่นๆ ด้วย งานเขียน ของท่านมีปรากฏเป็นหนังสืออยู่หลายเล่ม

 

 

14510567  - 359025876_140 16169107 73e3f60d681490059314c7356674141414c3441           

 
 
 
 
นักบุญหลุยส์ได้เขียนหนังสือ: “ความศรัทธาอย่างแท้จริงต่อพระนางพรหมจารี (True
Devotion to Mary),” ซึ่งเป็นที่นิยมอ่านกันมาก
และเขาได้ทำนายว่าลูกสมุนของปิศาจจะซ่อนหนังสือเล่มนี้ เป็นความจริงตามคำทำนาย
หนังสือได้ถูกซ่อนไว้ เกือบ 200 ปี ก่อนที่คริสตชนทั่วโลกจะมีโอกาสได้อ่าน
นอกจากนี้ เขายังได้แต่งหนังสืออีกหลายเล่ม เช่น
“ความลึกลับมหัศจรรย์แห่งการสวดลูกประคำ (The Secret of the Rosary)” และ
“ความลับของพระนางมารีอา (The Secret of Mary)”
ในระหว่างการดำเนินงาน แต่งตั้งหลุยส์เป็นนักบุญ

0895552795.01._SX140_SY225_SCLZZZZZZZ_ 0910984492.01._SY190_SCLZZZZZZZ_ 1593304706.01._SY190_SCLZZZZZZZ_  41MWPPVDXVL._SS500_ catalog549

 

ข้อความต่อไปนี้ของนักบุญหลุยส์ มารีย์ เดอะมงฟอร์ต คัดมาจากหนังสือ: “ความลับของพระนางมารีอา” 

“พระนางมารีอาเป็นเสียงสะท้อนของเราที่สรรเสริญองค์พระเจ้า เมื่อเราสวดว่า “วันทามารีอา” พระนางตอบว่า “ข้าแต่พระเป็นเจ้า” โดยคำทักทายของนักบุญเอลิซาเบธ เราเรียกพระนางว่า “ทรงบุญนักหนา” พระนางก็ถวายพระสิริโรจนาแด่องค์พระเจ้าสูงสุด”
“ในโลกนี้ คริสตชน ที่มีความสุขหนึ่งพันเท่า คือ ผู้ที่ได้รับการเปิดเผยจากพระนางมารีอาถึงความลับสุดยอดของพระนาง”
“บรรดาสิ่งทั้งมวลที่พระเป็นเจ้าได้ทรงสร้าง รวมทั้งนักบุญและเทวดาเชอรูบิมและเซราฟิมในเมืองสวรรค์ ไม่มีมนุษย์คนไหนและไม่มีมนุษย์อีกแล้ว ที่องค์พระเจ้าจะได้รับการถวายพระเกียรติสูงสุดอย่างในพระนางพรหมจารีมารีอา พระนางเป็นวิมานสวรรค์ของพระเป็นเจ้า และโลกที่ไม่ปริปากพูดของพระองค์”
“ปิศาจกลัวพระนางพรหมจารีมารีอา ยิ่งกว่า นักบุญทั้งหลายและเทวดาทั้งหมดในสวรรค์รวมกัน หมายความว่า ปิศาจกลัวแม่พระมากกว่าองค์พระเจ้าเสียอีก”
บ่ายวันที่ 28 เมษายน ค.ศ 1716 ข่าวลือว่ามงฟอร์ตใกล้จะสิ้นใจแล้วกระจายไปทั่ว
“…ไม่กี่ชั่วโมงก่อนมงฟอร์ตจะสิ้นใจ มีประชาชนจำนวนมากพากันมาออกันอยู่ที่หน้าประตูบ้าน พระญาณสอดส่อง(House of Providence)พวกเขาร้องขอด้วยน้ำตานองหน้าที่จะเข้าไปเพื่อรับพรจากท่าน ขณะที่ท่านได้ยินเสียงวุ่นวายข้างนอก ท่านสอบถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านก็ได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับเสียงอึกกระทึกนั้น ท่านจึงบอกกับผู้ที่อยู่ล้อมรอบท่านให้พวกเขาเข้ามาได้  ทันทีนั้นพวกเขาก็มาคุกเข่าและขอให้ท่านอวยพรให้ด้วยน้ำตานองหน้าและสะอื้น ท่านบอกพวกเขาว่าท่านไม่มีคุณค่าพอที่จะอวยพรพวกเขาและนั่นมันเกินกว่าพลังอำนาจของท่าน ดังนั้นคุณพ่อ มูโล (ผู้สืบทอดจากมงฟอร์ต)เอ่ยขึ้นกับท่านว่า จงอวยพรพวกเขาด้วยกางเขนของท่านซิคุณพ่อ และนั่นจะเป็นพระเยซูคริสต์ที่ทรงอวยพรพวกเขา ไม่ใช่ท่าน ท่านยอมรับคำแนะนำและได้อวยพรพวกเขา ห้องนั้นเล็กเกินไปสำหรับประชาชนทั้งหมด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเข้าไปเป็นกลุ่มๆซึ่งมีถึงสามกลุ่มด้วยกัน”   สำนักวาติกันได้ตรวจสอบหนังสือทั้งหมดที่เขาได้ประพันธ์ และประกาศว่า
ไม่มีอะไรในหนังสือเหล่านี้ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเป็นนักบุญของเขา
พระสันตะปาปาปิโอที่ 12 ได้แต่งตั้งเขาเป็นนักบุญในปี 1947  

regina1-bosco

Born : 31 January1673 at Montfort-La-Cane, Brittany, France

Died : 28 April1716 at Saint-Laurent-sur-Sovre, France of natural causes

Beatified  (ได้รับประกาศเป็นบุญราสี)  : 22 January 1888 by Pope Leo XIII

Canonized  (ได้รับประกาศเป็นนับุญ)  : 20 July 1947 by Pope Pius XII

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s