แม่พระ

faith-bar1

แม่พระ

faith-bar2

พระนามของแม่พระ “ มารีย์ ” มีความหมาย 3 ประการ ดังต่อไปนี้
1.มารีอา ภาษาฮีบูร แปลว่า ดาวทะเล หรือ ดาราสมุทร
2.มารีอา ภาษาซีเรียน แปลว่า คุณผู้หญิง คุณนาย
3.มารีอา ภาษาอียิปต์ แปลว่า ผู้ที่พระเจ้าทรงรัก โปรดปราน 

ในสมัยพระเยซูเจ้ามีผู้ตั้งชื่อนี้กันมาก คนแรกที่ใช้ชื่อนี้คือ
พี่สาวของโมเลส (มีเรียม = มารีอา) ในสมัยที่ชาวอิสราเอลตกเป็นทาสของชาวอียิปต์
ตำแหน่งหรือเกียรติที่คริสตชนนิยมถวายแด่พระนางมารีย์ คือ ตำแหน่งพระแม่ – พระมารดา เป็นตำแหน่งที่มีระบุไว้ในพระวรสาร เมื่อพระเยซูเจ้าจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ได้มอบยอห์นให้เป็นลูก และมอบพระนางมารีย์เป็นแม่ (เทียบ ยน.19:26-27)
นับตั้งแต่สมัยพระสันตะปาปาซิกส์โตที่ 4 ในศตวรรษที่ 15 เรื่อยมา คำสอนเกี่ยวกับพระแม่มารีย์ มารดาของชาวเรา ได้รับการอธิบายและเน้นเด่นชัด พระมารดาเป็นมารดาของชาวเรา ในความหมาย 3 ประการคือ
1) ในความหมายเปรียบเทียบ พระนางมารีย์บำเพ็ญพระองค์เหมือนแม่ ภาวนาวอนขอพระหรรษทานเพื่อลูก
2) ในความหมายเป็นแม่เลี้ยงหรือแม่บุญธรรม เพราะพระเยซูเจ้าทรงยกพระนางให้เป็นแม่ของชาวเรา
3) ในความหมายเป็นแม่จริงๆ คือ ถ่ายทอดวิญญาณให้เรา โดยการให้กำเนิดชีวิตเหนือธรรมชาติ (เป็นผู้ร่วมไถ่บาป)

แต่คริสตชนมีความศรัทธาภักดีต่อแม่พระ ก็เนื่องจากชีวิตและฤทธิ์กุศล ความดีงามต่างๆ ในชีวิตของพระนาง เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เราในการดำเนินชีวิตคริสตชน ฤทธิ์กุศลที่สำคัญในชีวิตแม่พระคือ ความบริสุทธิ์ หมายถึง พระนางมารีอาบังเกิดมาไม่มีบาปกำเนิด และยังดำเนินชีวิตถือตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าอย่างครบถ้วน ไม่กระทำบาป อีกทั้งได้ถวายตัวแด่พระเป็นเจ้าตั้งแต่ยังเด็ก โดยตั้งใจว่าจะถือพรหมจรรย์ แต่พระเป็นเจ้าก็ทรงมีแผนการโดยการใช้ให้เทวดาคาเบรียลมาแจ้งแก่แม่พระว่า พระนางจะตั้งครรภ์และกำเนิดบุตรชาย และให้ตั้งชื่อว่า “ เยซู ” พระนางมารีอาถามว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะพระนางยังเป็นพรหมจารีอยู่ เทวดาตอบว่าการตั้งครรภ์นั้น มิได้เกิดตามธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนัง แต่เกิดจากฤทธิ์อำนาจของพระจิตเจ้า เด็กที่เกิดมาจะเป็นพระผู้ไถ่โลก พระนางมารีจึงตอบว่า “ ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า จงเป็นไปแก่ข้าพเจ้าตามวาทะของท่าน ” ( ลก.1:38 ) แล้วนั้นพระวจนาตถ์ก็ทรงรับเอากาย และมาประทับอยู่ท่ามกลางเรา ( ยน. 1: 34 )
ความสุภาพ นอบน้อมเชื่อฟัง พระนางมารีอามีความสุภาพ นอบน้อมเชื่อฟังน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า อันเป็นฤทธิ์กุศลที่บรรดาคริสตชนพึงมี พระเยซูเจ้าสอนเราให้แสวงหาน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า ก่อนอื่นใด แล้วที่เหลือ พระเป็นเจ้าจะแถมให้แก่เราเอง หมายถึง จัดการทุกสิ่งทุกอย่างแก่เราเอง คริสตชนยินดีรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตด้วยความนอบน้อมราบเรียบ ด้วยความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า ความรัก การยินดีเสียสละน้ำใจตนเอง เพื่อรับน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้ามาเป็นอันดับหนึ่งในชีวิตคริสตชน เพราะรักพระเป็นเจ้า พระนางจึงยอมรับทุกอย่างเพื่อให้สำเร็จตามแผนการไถ่บาปมนุษย์ของพระเป็นเจ้า

คริสตชนทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการกอบกู้มนุษยชาติให้กลับมาเป็นลูกของพระ พระนางมารีอาได้ร่วมมือกับพระเป็นเจ้า ไม่ว่าจะมีความยากลำบากสักเพียงใดอยู่ในเหตุการณ์นี้ ฯลฯ ความดีและฤทธิ์กุศลที่พระนางมารีอาเสียสละ พระเยซูเจ้าทรงตอบแทน และคืนความดีทุกอย่างแด่แม่ของพระองค์ นั่นคือ โดยการยกเอาพระนางมารีอาไปสวรรค์ทั้งร่างกายและวิญญาณ
บัดนี้เราเชื่อว่า พระนางมารีอาประทับอยู่บนสวรรค์กับพระเยซูเจ้าพระบุตรของพระนาง แต่พระนางก็ยังทรงรักและเมตตาพวกเราทุกคน ลูกๆ ของพระนาง ด้วยว่า แทบเชิงกางเขน ก่อนพระเยซูสิ้นพระชนม์บรรดาสานุศิษย์ต่างกลัว และหนีไปหมด แต่พระแม่กลับยืนอยู่แทบกางเขนกับนักบุญยอห์น ณ ที่นั่น พระเยซูเจ้ามองลงมาจากกางเขน แล้วตรัสว่า “ สตรีเอ๋ย นี่แน่ะ ลูกของท่าน ” และตรัสแก่ศิษย์นั้นว่า “ นี่แน่ะ แม่ของเจ้า ” ตั้งแต่นั้นมาศิษย์ผู้นั้นก็รับพระนางไปอยู่ที่บ้านของตนเป็นเสมือนคำที่พระเยซูเจ้ามอบชาวเราทุกคนให้เป็นลูกของแม่พระ และให้แม่พระดูแลรับเราเป็นลูกของพระนาง เป็นผู้เสนอวิงวอนตามคำภาวนาของเราที่มีต่อพระเป็นเจ้า แท้จริงคริสตชนมิได้นมัสการพระนางมารีอา แทนพระเจ้า แต่ใช้คำว่า “ ศรัทธาภักดี ” ด้วยความเชื่อเก่าแก่ที่สืบทอดมาทางธรรมประเพณี ( Tradition ) ว่าพระนางเป็นผู้นำคำภาวนาของเราไปทูลขอต่อพระเป็นเจ้าเพื่อเราด้วยว่า คริสตชนรำลึกถึงความต่ำต้อย และไม่สมควรของเรา
คำภาวนาอาศัยพระนางมารีอาย่อมสมควรกว่า ความศรัทธาภักดีต่อพระนางมารีอาที่ถูกต้องก็คือ พระนางจะพาลูกๆ ของพระนางทุกคนไปหาพระเจ้า “ เข้าหาพระเยซูเจ้าผ่านทางแม่พระ ” เป็นคำพูดเตือนใจเราคริสตชนอยู่เสมอ การแสดงความศรัทธาภักดีต่อพระนางมารีอาอาจสามารถแสดงออกได้หลายอย่างเช่น
1)การสวดภาวนา
2)การทำนพวารพระมารดานิจจานุเคราะห์
3)การแห่พระรูปแม่พระ
4)การประพฤติเลียนแบบฤทธิ์กุศลอันดีงามต่างๆ ของแม่พระ
( คัดจากหนังสือ “ ความเชื่ออันเป็นชีวิต ” โดย พงศ์ ประมวล ฯลฯ )

วันฉลองแม่พระที่สำคัญ

  • 1   มกราคม         สมโภชพระนางมารีย์พระชนนีพระเป็นเจ้า

  • 2   กุมภาพันธ์      แม่พระถือศีลชำระ(ถวายพระกุมารในวิหาร)

  • 11 กุมภาพันธ์      แม่พระเมืองลูร์ด

  • 25 มีนาคม          สมโภชแม่พระรับสารจากอัครเทวดาคาเบรียล

  • 13 พฤษภาคม     แม่พระฟาติมา

  • 2   กรกฎาคม      แม่พระเสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ

  • 16  กรกฎาคม      แม่พระแห่งภูเขาคาร์แมล

  • 15 สิงหาคม        สมโภชแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ

  •   22 สิงหาคม       พระนางมารีย์ราชินีแห่งสากลโลก

  • 8     กันยายน       แม่พระบังเกิด

  • 15   กันยายน       แม่พระมหาทุกข์

  • 7    ตุลาคม          ระลึกถึงแม่พระแห่งสายประคำ

  • 21 พฤศจิกายน   แม่พระถวายองค์ในพระวิหาร

  • 8     ธันวาคม        สมโภชแม่พระปฎิสนธินิรมล

  • สังคายนาแห่งเมืองเอเฟซัส (ค.ศ.431) ประกาศว่า พระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาพระเจ้า ( Theotokos – Mater Dei ) หมายความว่า พระเยซูเจ้าซึ่งเป็นพระบุตรของพระแม่มารีย์ทรงเป็นมนุษย์แท้และพระเจ้าแท้ พระแม่มารีย์ซึ่วเป็นมารดาของพระเยซูเจ้าทั้งครบ ก็ย่อมได้รับสมญานามว่า มารดาพระเจ้า

    พระนางพรหมจารี เป็นตำแหน่งสำคัญอีกตำแหน่งหนึ่งของพระแม่มารีย์ ในวัฒนธรรมยิวคริสต์
    พรหมจารีหมายถึง บุคคลหรือกลุ่มชนที่ถวายตัวแด่พระเจ้า และยืนหยัดสัตย์ซื่อต่อพระองค์ พรหมจารีต้องเป็นผู้รักษาความบริสุทธิ์ทางกายทั้งครบ เพื่อเป็นเครื่องหมายความสัตย์ซื่อ และการถวายตัวแด่พระเจ้าอย่างแท้จริง การถวายตัวเป็นพรหมจารีเช่นนี้ ทำให้พระนางมารีย์เป็นทั้งพรหมจารีและมารดา เพราะความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าทำให้เกิดความสมบูรณ์ทางวิญญาณ
    พระคุณพิเศษที่พระแม่มารีย์ได้รับจากพระเจ้าเหนือกว่ามนุษย์ใดๆ คือ การปฏิสนธินิรมล เทวดาคาเบรียลยืนยันพระคุณนี้ โดยการทักทายพระนางว่า วันทามารีอา เปี่ยมด้วยหรรษทาน…….
    สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 9 ทรงประกาศการปฏิสนธินิรมลของพระแม่มารีย์ เป็นข้อความเชื่อในสมณสาสน์ Ineffabilis Deus เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1854
    พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ได้ทรงประกาศการได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณเป็นข้อความเชื่อในสมณสาสน์ Munificentissimus Deus เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1950
    * ความศรัทธาต่อแม่พระ เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอัครสาวก
    * ผู้นิพนธ์พระวรสารยกย่องพระแม่มารีย์เช่น นักบุญลูกา ( ลก.1 : 43, 11: 28 ) นักบุญมาร์โก ( มก. 3: 35 ) นักบุญยอห์น ( ยน.2: 1-12 ) นักบุญเปาโล
    * ในศตวรรษที่ 2 พูดถึงพระเม่มารีย์ว่าเป็น เอวาใหม่ หลังจากประกาศข้อความเชื่อที่เมืองเอเฟซัส ( ค.ศ.431 ) ว่า พระนางเป็นมารดาพระเจ้าความศรัทธาต่อพระปม่มารีย์ได้แผ่วงกว้างไกลยิ่งขึ้น มีวัดถวายแด่พระแม่มารีย์มากมาย มีบทภาวนาต่างๆ สรรเสริญแม่พระเช่น Ave Maria Stella, Salve Regina ส่วนบทวันทามารีอาเริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6
    * ในศตวรรษที่ 7 พระศาสนจักรตะวันตกเริ่มรับเอาการฉลองอื่นๆ เกี่ยวกับแม่พระ ซึ่งพระศาสนจักรทางตะวันออกมีอยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้เพราะพระสันตะปาปาในช่วงนั้นคือ Theodore I และ Sergius I เป็นชาวกรีก วันฉลองเหล่านี้ได้แก่
    1) แม่พระถือศีลชำระ (ถวายพระกุมารในวิหาร)
    2) แม่พระรับสาร
    3) แม่พระได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์
    4) แม่พระทรงบังเกิด

    สังคายนาวาติกันที่ 2 ได้ปรับปรุงความศรัทธาต่อพระแม่มารีย์ตามหลักเทววิทยาเสียใหม่ หลักสำคัญที่สุด คือ การที่พระนางทรงเป็นมารดาของชาวเรา
    ความศรัทธาต่อแม่พระแสดงออกได้ 3 ทาง คือ
    1) การเคารพนับถือพระนาง
    2) การวิงวอนของพระนาง
    3) การเลียนแบบอย่างพระนาง

    อนึ่งความศรัทธาต่อพระแม่มารีย์ มิใช่การนมัสการ เพราะการนมัสการเราใช้กับ พระเจ้าเท่านั้น เราเคารพนับถือพระแม่มารีย์เป็นพิเศษเหนือนักบุญและเทวดาเท่านั้น

    ทำไม….คริสตชนคาทอลิก มีความศรัทธาภักดีต่อ

    “ แม่พระ ”

    คริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก มีความศรัทธาภักดีต่อพระนางมารี คริสตชนเรียกว่า “ แม่พระ ”
    คำว่า “ แม่พระ ” เป็นคำที่ยกย่องพระนางมารีอาตั้งแต่สมัยศตวรรษแรกๆ บรรดาคริสตชนถึงกับถวายพระนามว่า “ พระมารดาพระเจ้า ” ( Mater Dei ) นักเทววิทยาได้อธิบาย และอ้างข้อความในพระคัมภีร์สนับสนุนข้อความเชื่อนี้ และข้อความเชื่ออื่นๆ อีกหลายประการเกี่ยวกับพระนางมารีอา เช่น “ แม่พระเป็นผู้ปฏิสนธินิรมล ” หมายถึง พระนางมารีอาบังเกิดมาในโลกโดยปราศจากบาปกำเนิดได้รับการยกเว้นจากพระเป็นเจ้า มิให้ต้องแปดเปื้อนด้วยบาปความผิดพลาดที่ตกทอดมาจากอาดัมและเอวา
    “ แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ” เป็นความเชื่อว่าเมื่อพระนางมารีอาสิ้นใจ ได้รับเกียรติจากพระเป็นเจ้าให้ออกมาจากโลกนี้ พร้อมทั้งร่างกายและวิญญาณไปสู่สวรรค์ คริสตชนยุคแรกๆ เชื่อกันมาดังนี้เป็นเวลายาวนาน ก่อนที่พระสันตะปาปาจะประกาศ เป็นข้อความเชื่อที่คริสตชนต้องเชื่อเสียอีก

    ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s