กระแสเรียกชีวิตสงฆ์

เขียนโดย คุณพ่อประชาชาติ ปรีชาวุฒิ  อดีตพ่อเจ้าวัดนักบุญหลุยส์มารีย์ (บางแค)  ประกอบบทเพลง ทำไมฉันต้องเป็นคาทอลิก

 

“จงตามเรามา”

(Come follow me)

Seeking Christ – Finding him – Stay with him and Sent for the service of Christ’s Gospel

  ทรงเรียกบรรดาคนเหล่านั้นที่พระองค์ต้องการมาหาพระองค์ และคนเหล่านี้ได้มาหาพระองค์ และพระองค์ได้ทรงแต่งตั้งสิบสองคน “ให้อยู่กับพระองค์” เพื่อถูกส่งไปเทศนา และให้มีอำนาจขับไล่ผีปีศาจได้” (มก 3:13-15)

“จงตามเรามา” จึงเป็นคำเชื้อเชิญ – ท้าทาย และการเรียกให้มาเรียนรู้ รู้จัก ติดตาม และเพื่อจะถูกส่งไปประกาศข่าวดีแห่งพระวรสาร ในชีวิต “ประกาศก” พยานขององค์พระคริสตเจ้า ในชีวิตของการเป็นผู้รับใช้ (ศาสนบริการ)  ที่อุทิศตนเอง (Sacrifice) เป็นคนกลาง (Mediator) ที่นำมาซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพระเป็นเจ้า กับมวลมนุษย์เป็น “สงฆ์” ของพระคริสตเจ้า นั่นคือ เป็นทั้งเครื่องหมาย     และเครื่องมือนำความรอดท่ามกลางมนุษยชาติในการเป็นพยาน (Witness) ที่มีชีวิตโดยปฏิบัติตามจิตตารมณ์ความรักของนายชุมพาบาลที่ดี (Pastoral Charity) ในชีวิต “ผู้อภิบาล” เหมือนอย่างองค์พระเยซูคริสตเจ้า

“จงเลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้า… ด้วยเต็มใจ… ด้วยแบบฉบับที่ดี… ไม่ใช่ทรัพย์สิ่งของ… และไม่ใช่เป็นเจ้านายข่มขู่” (1 ปต 5:1-4)

“แต่ด้วยความรัก… เสียสละ… อุทิศตน… รับใช้ เพื่อความดีและความรอดปลอดภัย เหมือนอย่างองค์พระคริสตเจ้า นายชุมพาบาลที่ดี” (ยน 10:11)

  Prayer_Hands_uid5720091149121

 

 

 

 

 

 

 

ชีวิตสงฆ์   “เรียนรู้… รู้จัก… ติดตาม… และถูกส่งไป”

  1. ชีวิตจิต (Spiritual) เป็น“หัวใจ”  “อยู่เพื่อรู้จัก” (Staying for Knowing)

  2. มนุษย์ (Human) เป็น “พื้นฐาน”

  “พบเพื่อจะติดตาม” (Finding for Following)

  3. ความรู้คำสอน (Intellectual) เป็น “เครื่องมือ”

  “แสวงหาเพื่อจะเรียนรู้” (Seeking for Learning)

  4. อภิบาลแพร่ธรรม (Pastoral) เป็น “เป้าหมาย”

  “ถูกส่งไป เพื่อรับใช้” (Sending for Service)  ในการดำเนินชีวิตของพระสงฆ์ ที่ประกอบไปด้วย 2 ส่วนสำคัญคือ

1. การเป็น (Being) ตามจิตตารมณ์อุดมการณ์อันสูงส่งและมีเกียรติของการเป็นศาสนบริการ อำนาจหน้าที่เพื่อการรับใช้ด้วยความสำนึกในความรักของพระในท่ามกลามเพื่อนพี่น้องทุกคนของนายชุมพาบาลที่ดี (Good Shepherd) ที่ยอมมอบอุทิศตนเองเพื่อความดี ความสุข และความรอดปลอดภัยของเพื่อนมนุษย์ในสังคม

2. การกระทำ (Acting) การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ชีวิตในแต่ละวันที่จะสามารถทำให้มีความประสานกลมกลืน มีชีวิตชีวา มีความสมดุลและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ระหว่างชีวิตจิตภายใน ความก้าวหน้าในความศักดิ์สิทธิ์และการอุทิศตนในงานอภิบาล ตลอดจนกิจการงานต่างๆ ในหน้าที่ความรับผิดชอบของพระสงฆ์เองภายนอก “สงฆ์จะบรรลุถึงความศักดิ์สิทธิ์ได้ โดยปฏิบัติหน้าที่ และในชีวิตสงฆ์อย่างจริงใจและไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในองค์พระจิตเจ้า” (PO 13:18)

และดังนี้พระสงฆ์จะต้อง มีชีวิต (living) ความเป็นสงฆ์ตามอย่างของพระคริสตเจ้า โดยมีพระเป็นจุดศูนย์กลางของชีวิต ในการที่จะมีชีวิตพระเพื่อจะมอบให้กับผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นได้พบและสัมผัสกับชีวิตพระเช่นเดียวกัน “หนทางสู่ความครบครั นของพระสงฆ์ ก็โดยทำให้ชีวิตพระในตนเอง และภารกิจของงานอภิบาลกับเพื่อนพี่น้องในชีวิตประจำวันได้กลมกลืน และส่งเสริมให้แก่กันและกัน” (PO 14; PDV 23) และเป้าหมายที่สำคัญสุดท้าย ก็คือ “การถูกส่งไป” (Sending) เพื่อการเป็นประจักษ์พยานถึงข่าวดีแห่งความรอด ของชีวิตแห่งพ ระวรสารที่จะนำความหวัง คำสั่งสอน แนวทางการปฏิบัติในชีวิต เพื่อคุณค่า ความสุข และความสงบ สำหรับชีวิตอันแท้จริงให้เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ ในองค์พระเยซูเจ้า ผู้เป็น “หนทาง ความจริง และชีวิต” เพื่อจะสามารถเรียนรู้ รู้จัก ติดตามองค์พระคริสตเจ้า และจะถูกส่งเพื่อการรับใช้ในงานของการเป็นพยานถึงข่าวดีแห่งพระวรสาร จ ำเป็นที่จะต้องได้รับการเตรียมตัว ฝึกฝน อบรม และมีประสบการณ์ในชีวิตเพื่อปฏิบัติด้วยความมั่นใจ วางใจ และเป็นสุขใจ สำหรับชีวิตแห่งการก้าวเดินในกระแสเรียกชีวิตสงฆ์ตลอดไปองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญ 4 ประการ เพื่อเตรียมการอบรมในการเป็น “ผู้อภิบาลที่ดี” จากเอกสาร Pastores Dabo Vobis  “เรื่อ งการอบรมพระสงฆ์ในสภาพแวดล้อมยุคปัจจุบัน” ได้กล่าวแนะนำพอสรุปได้ ดังนี้คือ

1. ชีวิตจิต (Spiritual) (PDV 45-50) ถือเป็น “หัวใจ” ศูนย์กลางของการอบรม เพื่อเตรียมการเป็นผู้อภิบาลที่ดี ที่จะมีความสนิทสัมพันธ์ภายใน มีประสบการณ์ชีวิตพระส่วนตัวในการสวดภาวนา รำพึง การอบรมในคุณค่าฝ่ายจิต เ พื่อจะสามารถเลี้ยงดู แนะนำ และให้แบบอย่างในชีวิตฝ่ายจิตใสนงานอภิบาลสัตบุรุษของตนเอง

ดังนั้น องค์ประกอบทางด้านชีวิตฝ่ายจิต ความสัมพันธ์และประสบการณ์ในชีวิตพระ “อยู่เพื่อรู้จัก” จะสามารถทำให้เข้าใจแ ละรู้จัก น้ำพระทัยของพระในชีวิตประจำวันของเราอย่างชัดเจน ก็โดยที่เราจะต้องอยู่กับพระในเวลาแห่งความเงียบ และสวดอธิษฐานภาวนา เพื่อจะมีความสนิทสัมพันธ์กับพระ และรู้จักพระองค์ในเพื่อนพี่น้องแต่ละคน “สำหรับท่าน ท่านว่าเราเป็นใคร?” ดังนั้นจึงมิใช่เพียงการเรียนรู้ทางเทวศาสตร์หรือข้อคำสอนทางความเชื่อ ชีวิตจิตหรือทางศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จริยธรรม และการปฏิบัติเท่านั้น แต่ต้อง “รู้จัก” และมีประสบการณ์ชีวิตพระในชีวิตประจำวันของเราด้วย

2. ความเป็นมนุษย์ (Human) (PDV 43-44) ซึ่งถือว่าเป็น “พื้นฐาน” สำคัญเป็นพื้นฐานอันดับแรกที่จะต้องมีในความเป็นคนที่สมบูรณ์ รู้จักตนเองในความเป็นจริงเปิดเผย และยอมรับในธรรมชาติมนุษย์ ทั้งอารมณ์ ความรู้สึก น้ำใจและความต้องการ เพื่อจะมีจุดยืนและเอกลักษณ์ส่วนบุคคลที่ดีของตนเอง เพื่อการรู้จักและพัฒนาตนเอง และสามา รถจัดการกับชีวิตของตนเองได้เป็นอย่างดี สามารถหาวิธีการสร้างความสมดุลให้กับตนเอง ในความพร้อมของวุฒิภาวะ (Maturity) ในการใช้เสรีภาพพร้อมกับความรับผิดชอบ มีวินัยในตนเอง อุทิศตนเองในสภาพแวดล้อมและเหมาะสมกับสถานภาพของตนในเวลาปัจจุบัน พร้อมกันนี้ ยังสามารถช่วยให้มีความสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างดี และมีมโนธรรมเที่ยงตรงเป็นอิสระจากตนเอง และจากผู้อี่นอย่างแท้จริง มีการตัดสินใจอย่างสุขุมรอบคอบ มิใช่เพียงเพื่อ “ความถูกใจ” เท่านั้น แต่ต้องยึด “ความถูกต้อง” และเหมาะสมทั้งกับตนเองและผู้อื่นด้วย

ดังนั้น องค์ประกอบทางด้านความเป็นคนที่สมบูรณ์ ที่รู้จักตนเอง และรู้จักผู้อื่น เพื่อจะพบองค์พระคริสตเจ้าในความเป็นมนุษย์ และพบพระในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ดังนั้น “พบเพื่อนจะสามารถติดตามได้อย่างถูกต้อง” พระองค์ทรงต้องการทำอะไรกับเพื่อนพี่ น้องที่มีความต้องการในขณะนี้ เรียนรู้ถึงความรู้สึก ความต้องการและวิถีการดำเนินชีวิตของพระคริสตเจ้า แล้วนำมาปฏิบัติตามในชีวิตประจำวันของเรา ด้วยใจเปิดกว้าง พัฒนาคุณค่าและ ศักยภาพของตนอย่างเหมาะสม และตอบสนองความต้องการของสังคมมนุษย์ ตามคุณค่าแห่งชีวิตของพระวรสาร

3. ความรู้ (Intellectual) (PDV 51-56) ซึ่งถือว่าเป็น “เครื่องมือ” ในการเตรียมชีวิตสงฆ์เพื่อการประกาศสอน  ให้คำแนะนำ และแนวทางการการปฏิบัติที่ถูกต้อง และเข้าใจได้ เป็นความรู้ทางคำสอนที่จะต้องแสวงหาเรียนรู้ เพื่อจะเข้าใจและถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ด้วยวิธีการต่างๆ อันชาญฉลาด และด้วยปรีชาญาณของพระ ซึ่งมีความจำเป็นในการศึกษาหาความรู้ ทั้งทางด้านพระคัมภีร์ เทวศาสตร์ ปรัชญาและเหตุผล เรื่องของพระศาสนจักร ข้อคำสอนทางจริยธรรม และศาสตร์ของความเป็นมนุษย์ ที่จะสามารถสื่อ หรือถ่ายทอดพระวาจาของพระเป็นภาษามนุษย์ ในสังคมปัจจุบัน คำสอนแห่งพระาจาของพระจะสามารถถูกถ่ายทอดให้สามารถเข้าใจได้ในการดำเนินชีวิตของคนในสังคมยุคปัจจุบัน

ดังนั้น องค์ประกอบ ทางด้านความรู้ทางสติปัญญา จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการแสวงหา และเกิดการเรียนรู้ความเข้าใจกับสิ่งที่ตนเ องจะต้องประกาศสอน ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับความเชื่อ และสามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ รู้จักพิจารณาสังเคราะห์ แยกแยะ ชี้แจง ให้เหตุผล และตัดสินได้ตามมาตรฐานแห่งคุณค่าที่ถูกต้อง ตามความยุติธรรม จริยธรรม และศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์ในสังคมที่ควรจะปฏิบัติต่อกัน บนพื้นฐานคำสอนขององค์พระเยซูคริสตเจ้าในสังคมโลกปัจจุบัน

4. งานอภิบาลแพร่ธรรม (Pastoral) (PDV 57-89) ถือว่าเป็น “เป้าหมาย” สำคัญสูงสุดของการเตรียมการ อบรมชีวิตสงฆ์ และชีวิตของผู้อภิบาลที่จะถูกส่งไปเพื่อการรับใช้และประกาศข่าวดีแห่งพระวรสาร เป็นความหวังและเป้าหมายในงานของพระศาสนจักรทั้งหมด เพื่อชีวิตของการเป็นพยานถึงข่าวดีแห่งพระวรสารขององค์พระเยซูคริสตเจ้า

“พระสงฆ์ต้องเป็นประจักษ์พยาน ความรักเมตตาจิตขององค์พระเยซูคริสตเจ้าเอง ที่พระองค์ไปที่ไหนก็ทรงทำแต่ความดี” (กจ 10:38) อำนาจหน้าที่แห่งการรับใช้ในสภาพความต้องการของสังคมมนุษย์ปัจจุบัน ที่สามารถทำให้เห็นถึงพระหัตถ์ และพระเมตตาของพระในสภาพสังคมเวลานั้น“พระจิตของพระเจ้าทรงสถิตเหนือข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้า เพื่อไปประกาสพระวรสารแก่คนอนาถา พระองค์ใช้ข้าพเ จ้ามาแจ้งข่าวดีแก่คนยากจน ประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย คนตาบอดให้กลับมองเห็นได้อีก ให้ผู้ถูกกดขี่ได้รับเสรีภาพและประกาสปีแห่งพระเมตตาของพระเจ้า” (ลก 14: 18) ดังนั้นองค์ประกอบ ทางด้านชีวิตของงานอภิบาลแพร่ธรรม จึงถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญในการที่จะ “ถูกส่งไปเพื่อรับใช้” อุทิศ ตนเพื่อการเป็นสักขีพยานในสังคมมนุษย์ปัจจุบัน เพื่อนำความหวังและพระเมตตาของพระมายังท่ามกลางมนุษย์ ช่วยเหลือเป็นกำลังใจ แนะนำ และปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นอิสระทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ นำสันติสุขที่แท้จริงกลับคืนมาในใจของเพื่อนมนุษย์ทุกคน eucharistwallpaper1024-1บทสรุป เป้าหมายของการเตรียมชีวิตสงฆ์ ในการเป็น “ผู้อภิบาลที่ดี” ตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้า ด้วยใจร้อนรน อุทิศตน และมีความตั้งใจจริงที่จะติดตามองค์พระอาจารยืเจ้าในคุณค่าสูงสุดที่ตนเองได้เลือกตัดสินใจ และพิจารณาไตร่ตรองอย่างดีมาตลอด ทั้งในการที่อยากจะเป็น ( Being) ตามจิตตารมณ์อันสูงส่ง และการท้าทายที่จะติดตามพระองค์ในกระแสเรียกชีวิตสงฆ์นี้ ที่ผสมผสานไปกับการทุ่มเทเอาจริงเอาจัง ฝึกฝนปฏิบัติ (Acting) ให้เป็นจริงในชีวิตประจำวัน โดยมีองค์พระเยซูคริสตเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิต และการเลียนแบบอย่างที่จะเป็นเหมือนพระองค์ในชีวิตประจำวันของผู้อภิบาลที่ดีเช่นเดียวกัน *เป้าหมายของการถูกส่งไปเพื่อการรับใช้งานการประกาศข่าวดีแห่งพระวรสาร  “ถูกส่งไป เพื่อรับใช้” (Sending for Service)* โดยการเรียนรู้จากการแสวงหาความรู้ คำสอน และวิธีการในการนำเสนอให้รู้จักคำสอนของพระโอยการถูกถ่ายทอด เป็นเสมือนเครื่องมือในการปฏิบัติ “แสวงหาเพื่อจะเรียนรู้” (Seeking for Learning) * รู้จักพระในชีวิตจิตภาวนา ความสัมพันธ์กับพระ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญแห่งชีวิตผู้อภิบาล “อยู่เพื่อรู้จัก” (Staying for Knowing)* โดยมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นคนที่สมบูรณ์ พัฒนาตนเองและเข้าใจผู้อื่น ตามสภาพความเป็นจริงในธรรมชาติของมนุษย์ “พบเพื่อจะติดตาม” (Finding for Following)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s