กิริยาอาการในพิธีกรรม

กิริยาอาการในพิธีกรรม

กิริยาอาการที่ใช้ในพิธีกรรมบางอย่างก็เป็นเพียงเพื่อใช้ประโยชน์ เช่น การล้างมือหลังพิธีการบางอย่าง หรือหลังการ เจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ หลังการโรยเถ้าบนศีรษะ…บางอย่างก็เป็นการทำประกอบคำพูด เพื่อเน้นความหมาย เช่น การยกมือขวา (ของผู้ร่วมในพิธีฯ ) ชี้ไปที่ปัง และเหล้าองุ่นเวลาเสกศีล การยกพระกายและพระโลหิตชูขึ้น พร้อมกับกล่าวคำว่า “อาศัยพระคริสตเจ้า พร้อมกับพระคริสตเจ้า และในพระคริสตเจ้า ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ พระองค์ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ ร่วมกับพระบิดา และพระจิตตลอดนิรันดร” นอกนั้นยังมีกิริยาอาการที่แสดงถึงความเคารพหรือเทิดทูนต่อบุคคล หรือสิ่งของที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ กิริยาอาการเหล่านี้ บางอย่างอาจได้มาจากสังคมที่แวดล้อมในสมัยนั้น เช่น การซ่อนมือไว้ใต้เสื้อหรือผืนผ้าขณะอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น อัญเชิญผอบบรรจุศีลมหาสนิท ตลอดจนถึงหมวกสูง ไม้เท้าพระสังฆราช เหล่านี้มาจากพิธีการในราชสำนักในสมัยจักรวรรดิไปซันตินยุคหลัง การพนมมือเป็นพิธีการของพวกขุนนาง หรือผู้เช่าครอบครองที่ดิน ที่คารวะเจ้านายของตน

กิริยาอาการบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากคริสตชนเอง เช่น เครื่องหมายกางเขนที่กระทำบนหน้าผาก อก และไหล่ทั้งสองข้าง ในที่นี้เราจะพิจารณาถึงความหมายของกิริยาอาการบางประการ

การทำเครื่องหมายกางเขน (ทำสำคัญมหากางเขน)
ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 3 ในพิธีรับศีลล้างบาปและศีลกำลังของคริสตชนในอัฟริกา และที่กรุงโรม มีการทำเครื่องหมายไม้กางเขนที่หน้าผากของผู้รับศีล เป็นเครื่องหมายว่า  บุคคลผู้นั้นได้กลายเป็นของพระคริสตเจ้า และประหนึ่งถูกประทับตราหมายไว้แล้ว คริสตชนทำเครื่องหมายไม้กางเขนให้กับตนเองบ่อย ๆ นอกจากทำเครื่องหมายบนหน้าผากแล้ว คริสตชนยังทำเครื่องหมายที่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายด้วย กลายเป็นเครื่องหมายขับไล่ปีศาจอีกอย่างหนึ่ง

การทำเครื่องหมาย กางเขนอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การยกมืออวยพร วิธีการอวยพรจะแตกต่างกันบ้าง สุดแล้วแต่ท้องที่ และกาลสมัย พวกตะวันออกมักจะอวยพรโดยมือถือไม้กางเขนไปด้วย

ส่วนการทำเครื่องหมาย ไม้กางเขนแบบ “มิติกว้าง” คือ ที่หน้าผากไปที่อก และไปที่บ่าซ้าย-ขวา ซึ่งนิยมทำกันมากในปัจจุบันนี้ เข้าใจกันว่ามีภายหลังวิธีแรกซึ่งเป็นแบบ “มิติสั้น” คือ ทำรูปกางเขนที่จุด ๆ เดียว ตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย วิธีนี้นำมาใช้เป็นต้นว่า ก่อนอ่านพระวรสาร โดยผู้อ่านหมายรูปกางเขนบนหนังสือที่อ่าน และบนหน้าผาก ริมฝีปาก และหน้าอกของตน

 

การข้อนอก หรือทุบอก
 ระหว่าง การสวดบท  “ ข้าพเจ้าขอสารภาพฯ  ”  เมื่อถึงตอน  “ โอ้บาปข้าพเจ้า ”  มีการ “ ทุบอก ” เป็นเครื่องหมายของความสำนึกผิด  และความถ่อมตน กิริยาอาการนี้เราพบได้ในพระวรสารนักบุญลูกา “ ฝ่ายคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่แหงนดูฟ้า แต่ทุบอกตนเองว่า ข้าแต่พระเจ้าขอโปรดพระเมตตาแก่ข้าพเจ้าผู้เป็นคนบาปเถิด (ลก 18:13)”

การเงยหน้าขึ้นเบื้องบน (สวรรค์)

 
พระสงฆ์ทำกิริยาอาการนี้เพื่อบรรยายถึงการกระทำของพระเยซูเจ้าในบทขอบพระคุณที่ 1 ในพิธีว่าดังนี้ “ พระองค์ท่านทรงหยิบปังไว้ในพระหัตถ์อันศักดิ์สิทธิ์น่าเคารพ ยกพระเนตรขึ้นหาพระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ ขอบพระคุณอวยพร บิออกแล้วยื่นให้สานุศิษย์…”
ความจริงพระวรสารทั้งสี่ไม่ได้กล่าวถึง กิริยาอาการนี้ของพระเยซูเจ้าในเวลารับประทานอาหารค่ำมื้อสุดท้ายเลย อย่างไรก็ดี พระวรสารได้เล่าถึงการกระทำของพระเยซูเจ้าเช่นนี้ในเวลาทรงทวีขนมปัง (มธ 14:19)

การกางมือภาวนา

 การกางมือภาวนานี้ใช้ในกรณีที่พระสงฆ์ผู้เป็นประธานกล่าวคำภาวนาในมิสซา หรือในการอภิเษกในภาคตอนที่สำคัญ (สำหรับประเทศไทย อนุโลมให้พนมมือภาวนาตามธรรมเนียมไทย) กิริยาอาการนี้ สืบทอดมาจากการถือปฏิบัติของพวกยิว แต่คริสตชนได้ให้ความหมายใหม่ ตามที่แตร์ตุลเลียนเขียนไว้ว่า “เราไม่เพียงแต่ยกมือขึ้น แต่ยังกางแขนออกไปยังพระเจ้าและขณะที่เราทำตามแบบการทนทุกข์ทรมานของพระเยซู คริสตเจ้า เราก็ยอมรับพระองค์ในขณะภาวนา ยิ่งกว่านั้น เมื่อเรานมัสการพระเป็นเจ้าด้วยความสำรวม และสุภาพถ่อมตน เราก็ทำให้ความภาวนานั้นเป็นที่สบพระทัยพระองค์ ถ้าแลว่าเราจะไม่ยกแขนแบบเลยเถิด แต่ในระดับกลาง และเหมาะสม และถ้าแลว่าเราไม่เงยหน้าขึ้นในลักษณะหยิ่งยะโส”

ในพันธสัญญาเดิมมี หลายตอนที่เอ่ยถึงลักษณะเช่นนี้ เช่น โมเสสยกและกางแขน         เพื่อให้ความมั่นใจในชัยชนะของประชากรของท่าน (อพย 17:9-14)

พระคริสตเจ้าก็ทรงทำกิริยาอาการเช่นเดียวกัน โดยทรงกางพระกรบนไม้กางเขน คริสตชนภาวนาแบบนี้เพื่อจะถือตามแบบอย่างของพระองค์ และขอร่วมมีส่วนในคำเสนอวิงวอนเพื่อได้รับชัยชนะแบบพระองค์

การไหว้ และการพนมมือ

ระเบียบปฏิบัติในการกราบ – ไหว้ -พนมมือ ที่ออกโดยสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ค.ศ.1979 มีดังนี้

1. สำหรับสัตบุรุษ เมื่อเข้าวัด ให้ตรงไปที่อ่างน้ำเสกด้วยกิริยาสำรวม จุ่มน้ำเสกทำเครื่องหมายกางเขนโดยหันหน้าตรงไปยังพระแท่น เป็นการแสดงความเป็นคริสตชนในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และต่อหน้าสิ่งซึ่งตนเคารพบูชาสูงสุด

2. ให้เดินตรงไปยังที่นั่ง คุกเข่าด้วยกิริยานอบน้อม ณ ที่นั้นพนมมือ กราบหน้าผากจรดนิ้วหัวแม่มือที่พนม (จะแบมือกราบก็ได้) หรือจะกราบลงราบกับพื้นก็ได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีเก้าอี้หรือม้านั่งในวัด

3. กราบเวลาเสกศีลมหาสนิท

– เวลาพระสงฆ์ยกศีลฯ ให้เงยขึ้นมองด้วยความเทิดทูน

– เวลาพระสงฆ์กราบ ให้กราบ

4. เวลา “มอบสันติสุขแก่กันและกัน” ให้กราบพระสงฆ์ผู้เป็นประธานในศาสนพิธี แล้วจึงไหว้กันและกัน

5. เวลานำเครื่องบูชาขึ้นถวาย ให้ไหว้

6. เมื่อเสร็จพิธีจะออกจากวัด ให้กราบแบบเดียวกับเวลาที่เข้ามา

7. สำหรับพระสงฆ์ผู้เป็นประธานในศาสนพิธี เมื่อเริ่มพิธีและเสร็จพิธี ให้กราบหรือไหว้แล้วแต่เห็นสมควร ในบางโอกาส เมื่อเริ่มพิธี อาจจุดเทียน โดยใช้เทียนเล็กที่จุดไว้ก่อนจุดเทียนอื่น ๆ

8. เวลาอ่านบทอ่าน พระสงฆ์พนมมือ และสัตบุรุษก็พนมมือ เวลาอ่านพระวรสาร ให้ยืน พนมมือ 

ที่มา: คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s