ประเภทของโบสถ์

โบสถ์ (Church)

เป็นสถานศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบศาสนพิธี เพื่อประโยชน์ของคริสตชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคริสตชนในท้องที่ตามที่มีการกำหนดขึ้นมา ซึ่งในกรณีนี้ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Parish church” จะต้องได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชผู้ปกครอง อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจึงก่อตั้งได้ ทั้งนี้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตพื้นที่ จะต้องมีการเสกและให้ชื่อ (Title) ซึ่งจะไม่มีการเปลี่ยนอีกต่อไป สูญเสียสถานะเมื่อถูกทำให้เสียหายจนไม่อาจบูรณะหรือซ่อมแซมได้ หรือได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น

อาสนวิหาร (Cathedral)

อาสนวิหารเป็นโบสถ์ประจำตำแหน่งของพระสังฆราชประจำท้องถิ่น ถือเป็นโบสถ์แม่ประจำสังฆมณฑล พระสังฆราชท้องถิ่นอภิบาลประกาศสั่งสอนและบริหารงานในเขตปกครองจากอาสนวิหารแห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจพระสังฆราชในฐานะนายชุมพาบาล “อาสนะ” หมายถึง บังลังก์ที่ประทับ ดังนั้นในอาสนวิหารจึงมีอาสนะหรือบัลลังก์ที่ประทับของพระสังฆราชประดิษฐานอยู่

 โบสถ์ประจำสถาบัน (Oratory)

เป็นโบสถ์ประจำโรงเรียน โบสถ์ประจำบ้านนักบวชต่างๆ ฯลฯ เป็นสถานศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบศาสนพิธีเพื่อประโยชน์ของกลุ่มคริสตชนบางกลุ่มจะต้องได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชผู้ปกครองจึงจัดตั้งได้ หากจะเปลี่ยนไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นๆ ได้ ก็ต้องได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชเช่นกัน ก่อนจะใช้ประกอบพิธีจะมีการเสกตามจารีตที่กำหนดไว้ในหนังสือพิธีกรรม สามารถประกอบพิธีกรรมต่างๆ ได้ นอกจากที่มีกฎของจารีตพิธีกรรม หรือกฎหมายหรือคำสั่งของพระสังฆราชห้ามไว้ คริสตชนอื่นๆ จะร่วมศาสนพิธีในโบสถ์ประจำสถาบัน (Oratory) ได้ ถ้าผู้ใหญ่ของสถาบันนั้นยินยอม

วัดน้อย (Private chapel)

เป็นสถานที่กำหนดไว้สำหรับประกอบศาสนพิธี เพื่อประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือบางคน จะต้องได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชผู้ปกครองจึงจัดตั้งได้ และมีการเสกตามจารีตที่กำหนดไว้ในหนังสือพิธีกรรม และเมื่อเสกแล้วต้องไม่ใช้เพื่อการอื่นนอกจากศาสน-พิธี พระสังฆราชแต่ละองค์ สามารถมีวัดน้อยเป็นของตนเองได้ แต่ถ้าจะให้วัดน้อยนี้เป็นประโยชน์สำหรับคริสตชนอื่นด้วย ก็ต้องได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชผู้ปกครองก่อน

สักการสถาน (Shrine)

เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพระสังฆราชผู้ปกครอง อนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่ที่คริสตชนไปแสวงบุญอันเนื่องมาจากเหตุผลทางความศรัทธาพิเศษ

มี 3 ระดับ คือ

1 ระดับสังฆมณฑล (Diocesan Shrine) ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของพระสังฆราชผู้ปกครอง

2 ระดับชาติ (National Shrine) ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของสภาพระสังฆราชฯ

3 ระดับนานาชาติ (International Shrine) ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของสันตะสำนัก (The Holy See)

ระเบียบกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสักการสถานจะมีระบุเรื่องจุดมุ่งหมาย อำนาจหน้าที่ของผู้ปกครองดูแลกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และการบริหารทรัพย์สิน และสักการสถานเหล่านี้มักจะได้รับสิทธิพิเศษบางประการที่จะบังเกิดผลดีต่อสัตบุรุษ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s