วิธีการประกาศข่าวดี

วิธีการประกาศข่าวดี

1. การมีชีวิตที่เป็นประจักษ์พยาน
   –  การประกาศข่าวดีด้วยการดำรงชีวิตมีความสำคัญเป็นอันดับแรก
   –  พระศาสนจักรถือว่า วิธีการประกาศข่าวดีวิธีแรก คือ เป็นองค์พยานประกาศพระคริสตเจ้าด้วยการดำรงชีวิตแบบคริสตชนอย่างแท้จริง
–  คนสมัยนี้เต็มใจฟังพยานผู้รู้เห็นยิ่งกว่าฟังครู หรือถ้าเขาฟังครู ก็เพราะครูเป็นพยานรู้เห็นด้วย
–  พระศาสนจักรประกาศข่าวดีในโลก ก่อนอื่นก็ด้วยความประพฤติและแบบการดำรงชีวิต

2. การประกาศด้วยการพูด การบอก การเล่า
– การเทศนาหรือการประกาศข่าวดีด้วยคำพูดเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นซึ่งละเว้นเสียมิได้
– ความเชื่อมาจากการฟัง
–  พระวาจาที่ได้ยินนั้นจะชักจูงให้เชื่อ

3. วจนพิธีกรรม
 –   การเทศนาในพิธีบูชามิสซาฯมีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษในการประกาศข่าวดี
– การเทศนาต้องเป็นไปอย่างซื่อๆแจ่มแจ้ง พูดตรงประเด็น ดัดแปลงให้เหมาะ ยึดมั่นในคำสอนจากพระคัมภีร์และซื่อสัตย์ต่ออำนาจการสั่งสอนของพระศาสนจักร
– การเทศนาจะเกิดผลดีในด้านการอภิบาลสัตบุรุษมากที่สุด โดยเฉพาะเราจะต้องมีความเชื่อศรัทธาและอุทิศตนในเรื่องนี้ด้วยความรัก

4. การสอนคำสอน
–   การดำเนินชีวิตของคริสตชนได้รับการฝึกอบรมมาจากการสอนคำสอนที่มีระบบแบบแผนที่ดี
– อาศัยการสอนคำสอนนี้เองที่ทำให้เด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่ของเราได้รับพระหรรษทานและสามารถตอบสนองความรักของพระเจ้าโดยการอุทิศตนเองเพื่อพระคริสตเจ้า     

5. การใช้สื่อมวลชน
–   เครื่องมือเหล่านี้ ถ้านำมาใช้ในงานประกาศข่าวดีก็สามารถพระจายพระวาจา      ของพระเจ้าออกไปแทบไม่มีขีดคั้น และบันดาลให้ข่าวดีไปถึงคนเป็นจำนวน      ล้านๆคนพระศาสนจักรนำเอาสาระที่รับฝากมา “ประกาศบนดาดฟ้าหลังคาเรือน”

6. การติดต่อส่วนตัว
–   การถ่ายทอดแบบตัวต่อตัวใช้ได้และสำคัญ พระคริสตเจ้าก็ทรงใช้การถ่ายทอดแบบนี้อยู่บ่อยๆ เช่น กับนิโคเดมัส ซักเคียส หญิงชาวสะมาเรีย ฯลฯ

7. บทบาทของศีลศักดิ์สิทธิ์
–   การประกาศข่าวดีไม่ใช่อยู่ที่การประกาศหรือการสอนเท่านั้น แต่ต้องมุ่งถึงชีวิตเป็นชีวิตที่เหนือธรรมชาติที่แสดงออกมาในศีลศักดิ์สิทธิ์ 7 ประการ
– บทบาทของการประกาศในมิตินี้ก็คือการอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจ และให้เกิดความเชื่อจนให้ความเชื่อนั้นชักนำคริสตชนให้เจริญชีวิตศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแท้แห่งความเชื่อ มิใช่รับศีลฯโดยไม่รู้ร้อนรู้เย็น

8. ความเชื่อศรัทธาของสัตบุรุษ
–   ความเชื่อศรัทธาของสัตบุรุษ ถ้ามีผู้นำไปใช้ในทางที่ถูก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะความเชื่อศรัทธาดังกล่าวบ่งบอกถึงความหิวกระกายพระเจ้า –      ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง ไม่ใช้แบบนอกลู่นอกทาง

ประเภทของการประกาศข่าวดี

 หนึ่งต่อหนึ่ง(One-to-One) (พระเยซูเจ้า – นิโคเดมัส – หญิงที่บ่อน้ำ)
 หนึ่งต่อกลุ่ม(One-to-Group) (กลุ่มประมาณ 10-20 คน เช่น พระเยซูเจ้ากับสาวก)
 หนึ่งต่อมวลชน(One-to-Mass) (มากกว่า 20 คน)
 กลุ่มต่อกลุ่ม(Group-to-Group) (การอภิบาลในโรงเรียนหรือสถาบัน)
 กลุ่มต่อมวลชน(Group-to-Mass) (การจัดงานต่างๆ เช่น คริสต์มาส การแห่ดาว การฉลองต่างๆ)

บทความจากคณะกรรมการครทอลิกเพื่อการธรรมฑูต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s